รับคำแนะนำเพื่อดึงดูดลูกค้า

ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่ามีการค้นหาเพิ่มขึ้นเกือบ 50% สำหรับช่วงไฮซีซันนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เพิ่มยอดจองของท่านด้วยคู่มือของเรา 

รับคำแนะนำเพิ่มเติม

laptop

Director of Product ของ Booking.com พูดถึงการเพิ่มรายได้ให้สูงสุด

 | บันทึก
จริง ๆ แล้วลูกค้าต้องการอะไรบ้างในห้องพัก? การตอบคำถามนี้ได้ถูกต้องสามารถช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมทั้งช่วยให้ท่านเพิ่มผลกำไรได้สูงสุดจากทุกการจอง

Fabrizio Salzano ซึ่งเป็น Director of Product for Room Selection and Retention ของ Booking.com จะมาบอกเล่าว่าโปรเจ็กต์ล่าสุดของทีมอย่าง “เครื่องมือแยกความแตกต่างของห้องพัก” ใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูลเพื่อมอบประโยชน์อันมหาศาลให้กับคู่ค้าและลูกค้าได้อย่างไร

Click.: เครื่องมือแยกความแตกต่างของห้องพักคืออะไรและมีที่มาอย่างไร?

Fabrizio: ทั้งหมดเริ่มต้นจากข้อมูลเชิงลึกเพียงข้อมูลเดียว ซึ่งก็คือลูกค้าส่วนใหญ่จองห้องพักประเภทที่ถูกที่สุด สิ่งนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างไรเมื่อราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้า โดยที่ผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องความคุ้มค่ากันมากขึ้นเรื่อย ๆ 

จากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ที่ลูกค้าทำเช่นนี้ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการประหยัดเงิน แต่บ่อยครั้งเป็นเพราะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างห้องที่ถูกที่สุดกับห้องที่แพงกว่าได้ เมื่อไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมจึงควรจ่ายแพงขึ้น ลูกค้าจึงไม่ได้เลือกจองห้องที่ราคาสูงกว่า

ด้วยเหตุนี้เราจึงตัดสินใจที่จะทำให้ตัวเลือกต่าง ๆ ที่มีให้จองนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน เราได้วิเคราะห์ว่าจริง ๆ แล้วมีอะไรบ้างที่ลูกค้าให้ความสำคัญในห้องพัก และยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้มา จากนั้นเราจึงต้องการทำให้มีการแสดงสิ่งเหล่านี้อย่างโดดเด่นในรูปแบบที่เหมาะสม ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าสามารถพบห้องที่ตรงใจสำหรับการเข้าพัก และเพื่อให้คู่ค้าสามารถรับประโยชน์จากราคาการจองที่เพิ่มขึ้น

Click.: ระบบเบื้องหลังทั้งหมดทำงานอย่างไร?

Fabrizio: เครื่องมือนี้รวบรวมและวิเคราะห์แหล่งข้อมูลหลายแหล่งอย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยเริ่มต้นด้วยการพิจารณาคำอธิบายที่มีอยู่แล้วของห้องต่าง ๆ ในที่พัก เพื่อดูว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และมีอะไรที่ดูเหมือนจะขาดหายไปบ้างหรือไม่

ขั้นต่อไปเครื่องมือจะวิเคราะห์รีวิวจากผู้เข้าพัก ในทางเทคนิคแล้วขั้นตอนนี้มีความยุ่งยากซับซ้อนยิ่งกว่า เนื่องจากต้องจัดการกับข้อมูลเชิงคุณภาพซึ่งความแตกต่างเล็กน้อยในประโยคสามารถเปลี่ยนความหมายทั้งหมดได้ ตัวอย่างเช่น “ได้ใช้กาต้มน้ำ” กับ “อยากได้กาต้มน้ำ” แต่ในไม่ช้าเราก็สามารถนำข้อมูลทั้งหมดจากรีวิวมาจัดการให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานได้และรวมข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นเข้ามาไว้ด้วย

จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายคือตรวจดูทั่วทั้งแพลตฟอร์ม โดยไม่เพียงดูแต่คุณลักษณะห้องพักที่สามารถใส่ข้อมูลได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณลักษณะที่ควรใส่ข้อมูลอีกด้วย การวิเคราะห์ของเราแสดงให้เห็นว่า จากคุณลักษณะต่าง ๆ ทั้งหมดที่มีให้นั้น มีเพียงประมาณ 20 รายการเท่านั้นที่ส่งผลอยู่เสมอต่อพฤติกรรมการจอง โดยในจำนวนนี้รวมถึงขนาดห้อง ห้องน้ำส่วนตัว และระเบียง

ผลสุดท้ายจากการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดนี้ช่วยให้เราสามารถมอบข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้และเป็นประโยชน์ให้กับคู่ค้าของเราได้นำไปใช้

Click.: การแสดงผลในฝั่งคู่ค้าเป็นอย่างไร?

Fabrizio: อันที่จริงแล้วเครื่องมือนี้ค่อนข้างเรียบง่าย เพียงเข้าสู่ระบบเอกซ์ทราเน็ต จากนั้นคลิก “โอกาสทางธุรกิจ” แล้วจะเห็นเครื่องมือแยกความแตกต่างของห้องพักอยู่ในรายการ

หากคู่ค้ามีห้องพักที่แตกต่างกันตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป แม้ว่าจะคิดราคาเท่ากันก็ตาม เครื่องมือแยกความแตกต่างของห้องพักจะให้คำแนะนำกับคู่ค้าถึงวิธีการสร้างความโดดเด่นให้แต่ละห้อง

โดยคำแนะนำดังกล่าวแบ่งออกเป็น 6 หัวข้อ ดังนี้:

  • สิ่งอำนวยความสะดวกที่ยังไม่มีข้อมูลในห้องหรือยูนิต
  • สิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยมที่สุดในห้องพักบนแพลตฟอร์มเรา
  • สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ในห้องพักแต่ไม่ได้แสดงภาพถ่ายไว้
  • คำแนะนำในการปรับปรุงภาพถ่ายให้ดีขึ้น
  • ข้อมูลที่ขาดหายไปเกี่ยวกับขนาดห้องหรือยูนิต
  • บริการพิเศษที่ตอนนี้ไม่ได้แสดงข้อมูลให้ลูกค้าเห็น

แน่นอนว่าจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับคู่ค้าว่าจะปฏิบัติตามคำแนะนำใดจากที่มีให้ โดยประโยชน์ที่อาจได้รับคือ ราคาเฉลี่ยต่อวันสูงขึ้น ห้องพักราคาสูง ๆ ได้อัตราส่วนเพิ่มขึ้น อัตราการเข้าพักสูงขึ้น และสามารถทำให้ห้องพักระดับพื้นฐานว่างพร้อมรับการจองจากกลุ่มที่ต้องการจองหลายห้องแต่เน้นจองห้องพื้นฐาน

Click.: แล้วเครื่องมือนี้ส่งผลอย่างไรในฝั่งลูกค้า?

Fabrizio: การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกคือ เครื่องมือนี้ช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะได้พบห้องพักทั้งหมดที่ตรงตามความต้องการเฉพาะของตน เนื่องจากเครื่องมือจะทำให้ห้องจำนวนมากขึ้นที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าปรากฏในผลการค้นหา หากลูกค้าระบุไว้ว่าต้องการคุณลักษณะแบบใด

จากนั้นเมื่อลูกค้าได้รับข้อเสนออัปเกรดเป็นห้องที่ราคาสูงกว่า ก็จะเห็นข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงว่าอะไรที่ทำให้ตัวเลือกดังกล่าวแตกต่างออกไป รวมถึงคุ้มที่จะจ่ายเพิ่ม

เราพบว่าห้องที่แยกความแตกต่างให้เห็นนั้นจะขายได้ดีกว่าห้องที่ไม่ได้แยกความแตกต่าง โดยลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อยสำหรับคุณลักษณะห้องพักที่ตนเองให้ความสำคัญ กล่าวโดยสรุปก็คือ ลูกค้าจะได้รับตัวเลือกที่ดีขึ้นและตรงตามความต้องการของตนเองมากขึ้น

Click.: มีคำแนะนำอะไรบ้างที่จะช่วยให้คู่ค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากเครื่องมือนี้?

Fabrizio: คำแนะนำหลักของผมคือ ให้ลองดูตัวเลือกที่พักที่ตนเองมีอยู่จากมุมมองของลูกค้าที่มีแนวโน้มจอง ลูกค้าเห็นอะไรบ้าง? มีอะไรขาดหายไปบ้าง? 

จากนั้นใช้เครื่องมือแยกความแตกต่างของห้องพัก แล้วดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง? มีอะไรบ้างที่ยังเหมือนเดิม? การทำเช่นนี้อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจว่าอะไรทำให้ห้องพักหนึ่ง ๆ โดดเด่นขึ้นมา

นอกจากนี้ก็ยังเป็นเหมือนแบบฝึกหัดที่มีประโยชน์ให้ได้พิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวกับรูปภาพที่ใช้อยู่ แม้ว่าการอัปเดตคำอธิบายมักจะเป็นเรื่องที่จัดการได้ง่ายกว่า แต่การแสดงรูปภาพให้ต่างกันนั้นอย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้จองมั่นใจได้ว่า เมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้สิ่งที่ต่างออกไป

 

Person typing on laptop
ดูข้อมูลเพิ่มเติม

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูข้อมูลช่วยเหลือที่เรามีให้เกี่ยวกับเครื่องมือแยกความแตกต่างของห้องพัก

หน้าช่วยเหลือคู่ค้า

โปรดบอกเราว่าท่านคิดอย่างไรกับหน้านี้

ประเด็นสำคัญ
  • ลูกค้าส่วนใหญ่จองห้องที่ถูกที่สุด บ่อยครั้งก็เพราะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างตัวเลือกที่ถูกที่สุดและตัวเลือกที่แพงกว่าได้
  • เราพบว่าห้องที่แยกความแตกต่างให้เห็นนั้นจะขายได้ดีกว่าห้องที่ไม่ได้แยกความแตกต่าง ทั้งนี้ก็เพราะลูกค้าทราบข้อมูลว่าเมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้อะไร และยินดีที่จะจ่าย
  • เครื่องมือแยกความแตกต่างของห้องพักช่วยให้ท่านสร้างความโดดเด่นให้ห้องต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง และเครื่องมือนี้จะบอกท่านอย่างชัดเจนว่าควรเน้นสิ่งใดให้เด่นเพื่อให้ได้ผลมากที่สุด