ดึงดูดดีมานด์ในช่วงต้น

ฤดูร้อนใกล้จะมาถึงแล้ว ดึงดูดผู้เดินทางที่เริ่มจองทริปวันหยุดไปแล้วได้ด้วยคำแนะนำและข้อมูลเชิงลึกที่อิงจากการวิเคราะห์ข้อมูล

ดูคู่มือ

เทรนด์และข้อมูลเชิงลึก

เทรนด์ตลาด: สหรัฐฯ เปิดรับผู้เดินทางจากต่างประเทศอีกครั้ง

 | บันทึก
สหรัฐอเมริกาได้เปิดพรมแดนให้เดินทางระหว่างประเทศแล้ว ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการฟื้นตัวของแวดวงการเดินทางโดยรวม

หลังผ่านมา 19 เดือน สหรัฐฯ ได้เปิดพรมแดนอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนเพื่อเปิดรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนและผลการตรวจ COVID-19 ที่เป็นลบ การเปิดพรมแดนอีกครั้งนี้คาดว่าจะกระตุ้นการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งหลัก ๆ ขับเคลื่อนโดยผู้ที่เดินทางมาพักผ่อน ทว่าผู้เดินทางเป็นกลุ่มและผู้เดินทางติดต่อธุรกิจก็ได้รับประโยชน์จากการผ่อนปรนมาตรการจำกัดต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

ยอดจองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

การเปิดพรมแดนอีกครั้งเช่นนี้อาจทำให้คู่ค้ารู้สึกโล่งใจหลังจากที่อดทนรออย่างใจเย็นให้ธุรกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง 

“เราคอยติดตามดีมานด์ขาเข้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และตอนนี้ยอดจองของเราก็เข้าใกล้ยอดจองของปี 2019 ในช่วงก่อน COVID มากขึ้นเรื่อย ๆ” Jeff Varhol ซึ่งเป็น Director of Commercial Excellence ของ Booking.com กล่าว “เมื่อมีการประกาศเป็นครั้งแรกในเดือนกันยายน เราก็เห็นว่ายอดจองจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทันที” 

ในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 Booking.com ได้ระบุด้วยเช่นกันว่าทันทีที่มีประกาศว่าจะเปิดพรมแดน ยอดรูมไนท์ที่ชาวยุโรปจองในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (และยอดรูมไนท์ที่ชาวอเมริกันจองในยุโรปก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน) ตลอดจนมียอดจองเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2019 

“ระยะเวลาโดยเฉลี่ยที่ลูกค้าจองล่วงหน้าก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกับช่วงก่อนเกิด COVID ด้วยเช่นกัน” Jeff กล่าวต่อ “และเราก็พบว่าโดยทั่วไปแล้วการจองมีระยะเข้าพักยาวนานขึ้นในทุกภาคส่วน” โดย Jeff แนะนำให้ที่พักคู่ค้าดึงดูดดีมานด์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยการเสนอราคาพื้นฐาน 2 แบบ ได้แก่ แบบยืดหยุ่นเต็มที่และแบบไม่สามารถรับเงินคืน เพื่อให้เจาะกลุ่มได้ทั้งลูกค้าที่จองล่วงหน้าเนิ่น ๆ และจองแบบกระชั้นชิด

เทรนด์การค้นหาสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การจอง

นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว การค้นหาก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน “ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนเป็นต้นมา เราพบความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นจากลูกค้าในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร โดยจำนวนมากนั้นมุ่งเน้นไปที่จุดหมายต่าง ๆ ซึ่งเป็นเมือง” Ian Ackland ซึ่งเป็น Regional Director ของ Booking.com กล่าว “เราเห็นดีมานด์จากต่างประเทศ ทั้งในแง่ของการค้นหาและการจอง”

ดีมานด์นี้รวมถึงการค้นหาเที่ยวบินโดยผู้เดินทางชาวยุโรปที่ต้องการมาเยือนสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่มขึ้น 55% ในช่วง 15 ตุลาคมถึง 8 พฤศจิกายนเมื่อเทียบกับช่วง 25 วันก่อนหน้า

“คู่ค้าของเราได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของไวรัสและมาตรการจำกัดการเดินทางที่เป็นผลเกี่ยวเนื่องกัน” Ian กล่าวต่อ “ข่าวนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ที่น่าตื่นเต้น และเราเชื่อมั่นว่าการผ่อนปรนมาตรการจำกัดการเดินทางสำหรับบางตลาดที่ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดนับเป็นตลาดอันดับต้น ๆ ซึ่งเดินทางเข้าสหรัฐฯ นั้นจะช่วยสนับสนุนที่พักคู่ค้าของเราได้”

หากคู่ค้าในสหรัฐฯ ต้องการรับประโยชน์จากดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้นนี้ Ian ก็แนะนำให้คู่ค้าเปิดเอกซ์ทราเน็ตและวิเคราะห์ข้อมูลดีมานด์ของตัวเอง ซึ่งจะสามารถช่วยคู่ค้าในการปรับตัวเลือกว่างที่เปิดให้จอง ราคา และนโยบายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ โดย Ian เสนอแนวทางที่ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ให้กับคู่ค้า ได้แก่ กลยุทธ์ “ประเทศใกล้ ๆ ” สำหรับเจาะตลาดแคนาดาและเม็กซิโก กับกลยุทธ์ “ประเทศไกล ๆ” ซึ่งเน้นไปที่ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่ไกลออกไป 

และวิธีหนึ่งที่ตรงไปตรงมาสำหรับใช้แนวทางนี้คือการเสนอราคาเฉพาะประเทศ “เราแสดงตัวเลือกราคาเฉพาะประเทศไว้ในแท็บโปรโมชั่นของเอกซ์ทราเน็ต” Ian กล่าว “ตัวเลือกดังกล่าวแสดงเรียงลำดับตามแต่ละประเทศหรือภูมิภาคที่เราแนะนำว่าควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ โดยอิงจากสิ่งที่เราทราบเกี่ยวกับที่พักของท่านและการจองที่ได้รับก่อนหน้า” นอกจากนี้ เอกซ์ทราเน็ตยังแนะนำได้เช่นกันว่าประเทศใดที่การใช้ราคาเฉพาะประเทศสามารถช่วยท่านได้ โดยอิงจากผลการดำเนินงานของคู่แข่งท่าน 

Ian อธิบายว่า “ยกตัวอย่างเช่น หากที่พักอยู่ในนิวยอร์ก แดชบอร์ดวิเคราะห์ในเอกซ์ทราเน็ตอาจแนะนำให้เจาะกลุ่มลูกค้าจากสหราชอาณาจักร  แต่หากที่พักท่านอยู่ในชิคาโก ก็อาจส่งสัญญาณว่าดีมานด์นั้นมาจากแคนาดา นี่เป็นเพียงตัวอย่าง 2 รายการที่ขอยกมาครับ”

New York

 

ทริปพักผ่อนช่วยกระตุ้นดีมานด์ ส่วนตลาดทริปธุรกิจก็ยังมีหวังอยู่บ้าง

คณะรัฐบาลของประธานาธิบดี Biden ได้ประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนว่าจะเปิดประเทศอีกครั้งตามที่วางแผนไว้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ให้บริการที่พักคาดการณ์ความเป็นไปและเตรียมพร้อมกันอย่างมาก 

เมื่อพูดถึงการเดินทางเพื่อพักผ่อน “ไมอามีถือว่านำมาในแง่ของการฟื้นตัวเพราะฟลอริดาเป็นจุดหมายเที่ยวชายหาดซึ่งเปิดรับผู้เดินทางเกือบตลอดทั้งปี” Amanda Hite ประธานของ STR กล่าว “แต่เราคิดว่าตลาดอย่างนิวยอร์กก็มีโอกาสดึงดูดผู้เดินทางจากต่างประเทศในช่วงวันหยุด”

มีสัญญาณอยู่บ้างว่าตลาดทริปธุรกิจกำลังเริ่มฟื้นตัวเช่นกัน จากข้อมูลของ STR พบว่าช่วง 6 สัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนไปจนถึงกลางเดือนตุลาคมนั้น สหรัฐฯ มีระดับรายได้ต่อห้องว่างที่เปิดให้จอง (RevPAR) อยู่ที่ 89% เมื่อเทียบกับปี 2019 ช่วงดังกล่าวเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่าฤดูกาลงานประชุม เพราะในอดีตเป็นช่วงที่งานประชุมกลุ่มส่วนใหญ่จัดขึ้น “ดีมานด์จากกลุ่มบริษัททำให้เราค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นในแต่ละสัปดาห์ และ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นบวกอยู่” Amanda กล่าว

ข้อมูลอีกประการหนึ่งที่อาจส่งสัญญาณว่าผู้เดินทางทริปธุรกิจอาจเริ่มกลับมาแล้วก็คืออัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นนอกช่วงสุดสัปดาห์ “เมื่อเราดูอัตราการเข้าพักของวันต่าง ๆ ในสัปดาห์ ก็พบว่าวันที่มีอัตราการเข้าพักสูงสุดยังคงเป็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์” Amanda กล่าว “แต่เราสังเกตเห็นว่าช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นอัตราการเข้าพักในวันธรรมดาเริ่มเพิ่มขึ้น โดยโอกาสขายห้องในวันอังคารและวันพุธดีขึ้นกว่าเดิม”

แม้ว่าการเปิดพรมแดนอีกครั้งจะมอบความเชื่อมั่นแก่ผู้ให้บริการที่พักในสหรัฐฯ แต่ผู้ให้บริการหลายรายยังคงต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้กลับมาได้ Amanda ตั้งข้อสังเกตว่าแม้โรงแรมในสหรัฐอเมริกาจะมีราคาเฉลี่ยต่อวัน (ADR) เพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่ธุรกิจก็อาจยังเติบโตไปอย่างเชื่องช้าในระยะยาว สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ก็เป็นเพราะอุปสรรคอย่างค่าแรงที่ยังคงตึงตัวและวิกฤตการขาดแคลนซัพพลายเชน ซึ่งอาจทำให้โรงแรมไม่สามารถเปิดให้จองห้องพักที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่ “แม้ว่าราคาอาจจะกลับมาเท่ากับที่เคยเป็นในปี 2019 แต่โรงแรมก็มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น” 

ตัวชี้วัดในอนาคตที่น่าจับตามอง

Amanda ชี้ว่าสัญญาณที่ตลาดส่งให้เห็นเกี่ยวกับการฟื้นตัวครั้งนี้อาจแตกต่างจากภาวะธุรกิจตกต่ำครั้งก่อน ๆ “การฟื้นตัวนี้แตกต่างอย่างมากเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในปี 2008” โดยในช่วงวิกฤตดังกล่าวการฟื้นตัวของเมืองที่พึ่งพาธุรกิจการประชุมถือเป็นตัวชี้วัดนำสำหรับแวดวง ทว่าในครั้งนี้ เมืองต่าง ๆ เช่น ซานฟรานซิสโก ซึ่งพึ่งพาธุรกิจการประชุมอย่างมากนั้นกลับฟื้นตัวได้ไม่เร็วเท่าเดิม 

“ขณะที่การฟื้นตัวดำเนินไป เมืองเหล่านี้อาจเป็นตัวชี้วัดตามสำหรับการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของการเดินทางเป็นกลุ่มและทริปธุรกิจ” Amanda กล่าว “และพอเข้าสู่ช่วงวันหยุดและปีใหม่ เมืองเหล่านี้ก็เป็นจุดหมายที่เราคาดว่าจะมีดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” 

“เมื่อมองไปในอนาคต การผ่อนปรนข้อจำกัดต่าง ๆ ในตลาดหลายแห่งซึ่งเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นอันดับต้น ๆ ของเรา รวมทั้งความกระตือรือร้นของผู้คนที่จะออกเดินทางอีกครั้งต่างเป็นตัวชี้วัดที่มีความหวังว่าดีมานด์การเดินทางระหว่างประเทศจะกลับสู่ระดับเดิมเหมือนช่วงก่อนการแพร่ระบาด” Ian จาก Booking.com กล่าวสรุปพร้อมฝากข้อความถึงคู่ค้า “ขณะที่เราก้าวสู่ปีใหม่และปีต่อ ๆ ไป เราก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ท่านได้ตอบรับดีมานด์ที่กำลังกลับมานี้”

 

country_rates.jpeg
เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องราคาเฉพาะประเทศ

ไปที่หน้าตัวช่วยด้านธุรกิจเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมว่าราคาเฉพาะประเทศทำงานอย่างไร และท่านสามารถใช้ราคานี้ดึงดูดดีมานด์ที่กำลังกลับมาได้อย่างไร

ตัวช่วยด้านธุรกิจ

โปรดบอกเราว่าท่านคิดอย่างไรกับหน้านี้

ประเด็นสำคัญ
  • คู่ค้าอาจต้องตั้งพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านราคาเพื่อจะได้ดึงดูดทั้งผู้จองล่วงหน้าและผู้จองกระชั้นชิด อีกทั้งใช้ราคาเฉพาะประเทศมาดำเนินกลยุทธ์เจาะกลุ่ม “ประเทศใกล้ ๆ” และ “ประเทศไกล ๆ”
  • อัตราการเข้าพักในวันธรรมดาเริ่มเพิ่มขึ้น โดยโอกาสขายห้องในวันอังคารและวันพุธดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ระยะเข้าพักก็นานขึ้น
  • จากข้อมูลของ STR พบว่าในช่วง 6 สัปดาห์หลังประกาศเปิดพรมแดนอีกครั้งนั้น สหรัฐฯ มีระดับรายได้ต่อห้องว่างที่เปิดให้จอง (RevPAR) อยู่ที่ 89% เมื่อเทียบกับปี 2019
  • เมืองต่าง ๆ ที่พึ่งพาทริปประชุมอาจเป็นตัวชี้วัดตามสำหรับการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของการเดินทางทริปธุรกิจ