คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานการณ์โคโรน่าไวรัส

Updated 3 เดือน ที่แล้ว

เราเข้าใจดีว่าวิกฤตการณ์โคโรน่าไวรัสในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับตัวท่าน คนที่ท่านรัก รวมถึงธุรกิจของท่านเอง ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะตอบคำถามสำคัญอย่างยิ่งบางข้อที่คู่ค้าเช่นท่านได้สอบถามมา และเราจะคอยอัปเดตบทความนี้อย่างต่อเนื่องในช่วงนับจากนี้

สารบัญ

ส่วนที่ 1: ข้อมูลและคำนิยามของเหตุสุดวิสัย

ส่วนที่ 2: คำแนะนำเกี่ยวกับการจองและการยกเลิก

ส่วนที่ 3: ตรวจสอบให้มั่นใจเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย


ส่วนที่ 1: ข้อมูลและคำนิยามของเหตุสุดวิสัย


สถานการณ์ใดที่จัดเป็นเหตุสุดวิสัย?

เหตุการณ์ใด ๆ ดังต่อไปนี้ซึ่งส่งผลกระทบต่อลูกค้าหลายท่านหรือที่พักหลายแห่ง: ภัยธรรมชาติ, ภัยพิบัติ (ทางธรรมชาติ), สถานการณ์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ, การปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำขอจากหน่วยงานระดับชาติ ระดับจังหวัด หน่วยงานด้านการคมนาคม รวมถึงหน่วยงานสาธารณะอื่น ๆ ตลอดจนข้อบังคับหรือการแทรกแซงของรัฐบาล, การก่อความไม่สงบ, การจำกัดการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง, การปิดสนามบิน หรือเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ ที่ไม่ปกติและเป็นมหันตภัย ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่สามารถ ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย หรือถูกยับยั้งไม่ให้เดินทางไปหรือเข้าพักในที่พักได้

ข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยนี้มีผลในทางปฏิบัติอย่างไร?

ในกรณีที่มีการประกาศเหตุสุดวิสัย ที่พักจะต้องไม่เรียกชำระเงินจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัย (และจะต้องจ่ายเงินคืน (ถ้ามี)) ทั้งในส่วนของค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย หรือยอดอื่น ๆ (ซึ่งรวมถึงราคา (แบบไม่สามารถรับเงินคืนได้) หรือค่าธรรมเนียมสำหรับการไม่เข้าเช็คอิน (การเปลี่ยนแปลง) การจอง หรือการยกเลิก) สำหรับสิ่งต่อไปนี้

(i) การยกเลิกการจองหรือการเปลี่ยนแปลงการจองใด ๆ โดยลูกค้าดังกล่าว หรือ

(ii) การจองส่วนที่ไม่ได้ใช้บริการเนื่องจากเหตุสุดวิสัย

ในกรณีที่มีข้อกังขาซึ่งมีเหตุผลรองรับและสามารถพิสูจน์ได้ ที่พักจะสามารถขอให้ลูกค้าแสดงหลักฐานที่สมเหตุสมผลซึ่งแสดงความเกี่ยวข้องระหว่างเหตุสุดวิสัยกับการยกเลิกการจอง การไม่เข้าเช็คอิน หรือการเปลี่ยนแปลงการจอง (และมอบสำเนาหลักฐานดังกล่าวแก่ Booking.com ในกรณีที่มีการร้องขอ) ทั้งนี้ เพื่อให้ Booking.com สามารถบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการยกเลิก การไม่เข้าเช็คอิน หรือการเปลี่ยนแปลงการจองซึ่งเป็นผลมาจากเหตุสุดวิสัย ที่พักจะต้องแจ้งให้ Booking.com ทราบภายในเวลา 2 วันทำการหลังจาก

(a) กำหนดเช็คเอาท์ หากเป็นการจองที่ไม่เข้าเช็คอินหรือถูกยกเลิก หรือ

(b) วันเช็คเอาท์ โดยแจ้งจำนวนวันที่เข้าพักจริง

Booking.com จะไม่เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นสำหรับการจองที่ได้บันทึกว่าไม่เข้าเช็คอินหรือมีการยกเลิก รวมทั้งในส่วนของการจองที่ไม่มีการใช้บริการเนื่องจากเหตุสุดวิสัย

เมื่อใดที่ Booking.com จะประกาศเหตุสุดวิสัย?

เราทราบดีว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงมากสำหรับที่พักคู่ค้า ทว่าเมื่อทั้งโลกหยุดชะงักเนื่องจากโคโรน่าไวรัส สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือการคุ้มครองความปลอดภัยของทั้งคู่ค้าและลูกค้า

เราสามารถประกาศเหตุสุดวิสัยในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ การโจมตีจากผู้ก่อการร้าย หรือเมื่อรัฐบาลได้มีการดำเนินการซึ่งทำให้ลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ ทั้งนี้ เราได้ประกาศเหตุสุดวิสัยเฉพาะในพื้นที่และช่วงเวลาซึ่งสถานการณ์ทางด้านกฎหมายมีความชัดเจน

Booking.com อิงอะไรบ้างในการตัดสินใจที่จะประกาศเหตุสุดวิสัย?

เราได้พัฒนาเกณฑ์ขึ้นมาโดยอิงจากข้อมูลและการประเมินเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพซึ่งออกโดยหน่วยงานและรัฐบาลนานาชาติ โดยเราจะพิจารณาจากมาตรการที่หน่วยงานและรัฐบาลแนะนำ หรือมาตรการที่ได้มีการประกาศใช้แล้ว

เพราะเหตุใด Booking.com จึงประกาศเหตุสุดวิสัยในกรณีที่บริษัทบัตรเครดิตหรือบริษัทประกันมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ดูแลจัดการค่าใช้จ่ายของลูกค้า?

จากข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยนั้น เราได้ตัดสินใจที่จะคืนเงินให้ลูกค้าทุกท่านเสมอ ทั้งนี้ เราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำหน้าที่แทนฝ่ายอื่นในช่วงที่สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพนี้กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก และเราก็ไม่สามารถคาดการณ์ไปเองว่าลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองจากประกันในแบบใดแบบหนึ่ง

จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยหรือไม่หากที่พัก/โรงแรมของฉันมีเงื่อนไขที่กำหนดขึ้นมาเองแล้วสำหรับสถานการณ์เช่นนี้?

จำเป็น ข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยรวมอยู่ในข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการ (GDT) ของท่าน ซึ่งอยู่ในสัญญาของท่านกับ Booking.com

ในช่วงที่มีการลดความเข้มงวดของนโยบายการจองลง เช่น เมื่อรัฐบาลประกาศจำกัดการเดินทางเพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน หรือเมื่อลูกค้าอาจไม่สามารถเดินทางไปยังที่พักได้นั้น เราจะให้ความช่วยเหลือลูกค้าโดยเปิดโอกาสให้ยกเลิกฟรีหรือช่วยปรับเปลี่ยนวันเข้าพักหากเป็นไปได้ จากข้อจำกัดด้านการเดินทางที่กำหนดโดยรัฐบาลนี้ หากโรงแรมคืนเงินให้ลูกค้าตามจำนวนที่ลูกค้าได้ชำระมาก่อนหน้านี้ Booking.com จะยกเว้นค่าคอมมิชชั่นให้อย่างแน่นอนเช่นกัน

เหตุสุดวิสัยจะมีผลบังคับใช้นานเพียงใด?

เมื่อเวลาผ่านไป ลูกค้าของ Booking.com ต่างได้ตระหนักถึงความเสี่ยงในการทำการจองรายการใหม่ โดยเฉพาะการจองแบบไม่สามารถรับเงินคืนและแบบรับเงินคืนได้บางส่วน 

สำหรับการจองใหม่ทุกรายการที่เข้ามาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป เราจะไม่ใช้เงื่อนไขของเหตุสุดวิสัยอีกต่อไปหากลูกค้าต้องการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนการจองอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสในขณะนี้ การจองเหล่านี้จะมีการดำเนินการเหมือนการจองมาตรฐาน โดยอิงตามนโยบายและกระบวนการต่าง ๆ ของเรา ท่านจะสามารถควบคุมได้ว่าจะคืนเงินหรือไม่ คืนเมื่อไร หรือคืนอย่างไรสำหรับการจองที่ลูกค้ายกเลิกเนื่องจากโคโรน่าไวรัส หากการจองนั้นเข้ามาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป โดยจะอิงตามนโยบายที่ท่านกำหนดไว้ ประเภทของการจองซึ่งลูกค้าเป็นผู้เลือก ข้อบังคับตามกฎหมายและจากรัฐบาล ตลอดจนกฎหมายผู้บริโภคที่เกี่ยวข้อง 

เนื่องจากสถานการณ์โคโรน่าไวรัสเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะนำนโยบายเหตุสุดวิสัยตามที่ปรากฏในสัญญาของเรากลับมาใช้อีกครั้ง โดยเราจะยังคงอัปเดตบทความนี้อย่างสม่ำเสมอหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ และเราขอแนะนำให้บุ๊กมาร์กหน้านี้ไว้ 

เปิดข้อดูกำหนดทั่วไปในการให้บริการ (GDT) ได้ แต่ไม่พบข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัย

ท่านมีข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการ (GDT) แบบเฉพาะ โดยขึ้นอยู่กับที่ตั้งและประเภทที่พักที่ท่านบริหารจัดการ ด้วยเหตุนี้เนื้อหาส่วนที่ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยอาจอยู่ในตำแหน่งต่างกันไปในแต่ละกรณี ที่พักคู่ค้าส่วนใหญ่สามารถดูข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยได้ที่ส่วน 2.9 หรือ 2.8 หากท่านมีข้อตกลงที่ผ่านการพิจารณาจากทาง Booking.com แล้ว ข้อกำหนดเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยอาจอยู่ในเนื้อหาข้ออื่น

จะดูข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการ (GDT) ได้ที่ไหน?

ท่านสามารถดูข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการได้จากตำแหน่งที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าท่านทำสัญญาแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม 

สัญญาแบบเดี่ยว

สัญญาแบบดิจิตอล: หากท่านมีข้อตกลงแบบเดี่ยวกับ Booking.com ท่านสามารถเข้าดูข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการได้ผ่านเอกซ์ทราเน็ต:

  • คลิกที่ไอคอน “แอคเคาท์” ซึ่งอยู่ทางมุมขวาบนในเอกซ์ทราเน็ต
  • เลือก “สัญญา” และส่งคำขอรับสำเนาของสัญญาและข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการของท่าน 

ข้อตกลงแบบเดี่ยวจะส่งไปยังอีเมลของท่านในรูปแบบไฟล์แนบ PDF ภายใน 2 วันทำการ บุคคลที่ระบุว่าเป็นผู้ติดต่อหลักในหัวข้อ "การติดต่อ" ในเมนู "แอคเคาท์" จะได้รับอีเมลฉบับนี้ 

สัญญาแบบเอกสาร: หากท่านร่วมธุรกิจภายใต้ข้อตกลงแบบเดี่ยวกับ Booking.com แต่ยังไม่มีสัญญาฉบับดิจิตอล ท่านสามารถส่งคำขอรับสำเนาข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการผ่านปุ่มในหน้าเอกซ์ทราเน็ตได้ 

สัญญาสำหรับที่พักหลายแห่ง

หากท่านเป็นคู่ค้าซึ่งมีที่พักหลายแห่งและไม่ได้ทำสัญญาเจรจาแบบเดี่ยว:

  • เข้าสู่ระบบเอกซ์ทราเน็ตสำหรับกลุ่มที่พักจากมาสเตอร์แอคเคาท์
  • คลิกที่หน้า "การเงิน"
  • คลิกที่ปุ่ม "ขอรับข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการ" ซึ่งอยู่ด้านล่างแถบเมนู

ท่านจะได้รับข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการฉบับล่าสุดทันทีผ่านทางอีเมล

เหตุสุดวิสัยส่งผลต่อขั้นตอนการใช้งานบัตรเครดิตเสมือนจริง (VCC) อย่างไร? ขั้นตอนจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือไม่ในเมื่อตอนนี้เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลงแล้ว?

เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของทั้งที่พักคู่ค้าและลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เราจึงเปลี่ยนวันเปิดใช้งานของบัตรเครดิตเสมือนจริง (VCC) ทั้งหมดที่ยังไม่ได้เรียกชำระและที่ออกหลังจากนี้เป็น 1 วันหลังเช็คอิน โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2020

 การจองที่ไม่เข้าข่ายเหตุสุดวิสัย   การจองที่เข้าข่ายเหตุสุดวิสัย 
หากลูกค้ามาเข้าพักตามที่จองไว้ที่ที่พักของท่าน ท่านสามารถเริ่มเรียกชำระเงินจากบัตรเครดิตเสมือนจริงได้ 1 วันหลังเช็คอิน ลูกค้าจะสามารถยกเลิกได้ฟรี ในกรณีนี้ท่านจะต้องไม่เรียกชำระเงินจากบัตรเครดิตเสมือนจริง
หากลูกค้ายกเลิกการจองหลังกำหนดหรือไม่มาเข้าพัก ท่านก็สามารถเรียกชำระเงินจากบัตรเครดิตเสมือนจริง 1 วันหลังวันเช็คอินของการจองดังกล่าวได้เช่นกัน  สำหรับบัตรเครดิตเสมือนจริงทั้งหมดของการจองที่เข้ามาก่อนหน้า เราจะเปลี่ยนวันเปิดใช้งานของบัตรเหล่านี้เป็น 1 วันหลังจากเช็คอิน 
 

ขณะนี้เรายังไม่มีแผนในการทบทวนการเปลี่ยนวันใช้งานของบัตรเครดิตเสมือนจริงของการจองที่เข้ามานับตั้งแต่วันที่ประกาศสิ้นสุดการใช้เงื่อนไขเหตุสุดวิสัย (6 เมษายน ค.ศ. 2020) เป็นต้นไป วันเปิดใช้งานของบัตรเครดิตเสมือนจริง (VCC) ทั้งหมดที่ยังไม่ได้เรียกชำระและที่ออกหลังจากนี้จะยังคงเป็น 1 วันหลังเช็คอิน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ที่บทความนี้


ส่วนที่ 2: คำแนะนำเกี่ยวกับการจองและการยกเลิก


มีกระบวนการอะไรบ้างสำหรับการจองที่ลูกค้าจองเข้ามาก่อนและหลัง 6 เมษายน ค.ศ. 2020?

สำหรับการจองที่ยังไม่ได้ยกเลิกและเข้ามาก่อนวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 (แม้ว่าจะมีกำหนดเช็คอินหลังจากนี้ก็ตาม) สำหรับการจองที่เข้ามาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป:
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ โดยกระบวนการสำหรับเหตุสุดวิสัยซึ่งเรานำมาใช้เนื่องจากการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลและเป็นไปตามสัญญาของเรานั้นจะยังคงมีผล กระบวนการสำหรับเหตุสุดวิสัยจาก COVID-19 ซึ่งเรานำมาใช้เนื่องจากการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลนั้นจะไม่มีผล
เราคาดการณ์ว่ารัฐบาลจำนวนมากขึ้นทั่วโลกจะใช้กฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้เพื่อจำกัดการเดินทางของประชาชน กระบวนการสำหรับเหตุสุดวิสัยของเราจะมีผลตามปกติสำหรับการจองทุกรายการที่เข้ามาก่อน 6 เมษายน ค.ศ. 2020 และมีกำหนดเช็คอินภายหลังจากนี้ ซึ่งการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถเดินทางไปหรือไปเข้าพัก ณ ที่พักที่จองไว้ หรือทำให้การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือถูกยับยั้ง เราจะใช้กระบวนการมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงที่เกี่ยวข้องกับการจองแบบไม่สามารถรับเงินคืนและแบบรับเงินคืนได้บางส่วน ดังนั้นท่านจะสามารถควบคุมได้ว่าจะคืนเงินหรือไม่ คืนเมื่อไร หรือคืนอย่างไรสำหรับการจองที่ลูกค้ายกเลิกเนื่องจาก COVID-19 หากการจองนั้นเข้ามาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป โดยจะอิงตามนโยบายที่ลูกค้าเป็นผู้เลือก รวมถึงสถานการณ์ของที่พักท่านเอง สถานการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายและรัฐบาล ตลอดจนกฎหมายผู้บริโภคที่เกี่ยวข้อง 
  เราจะมีข้อความใหม่ที่แสดงครอบคลุมทั่วทั้งเว็บไซต์และแอปของเรา ทั้งในช่วงก่อนและหลังการจอง เพื่อให้ลูกค้าตระหนักมากยิ่งขึ้นอีกถึงความเสี่ยงที่จะได้รับจากการจองตัวเลือกแบบไม่สามารถรับเงินคืนหรือรับเงินคืนได้บางส่วนตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป

 

จะยกเลิกการจองได้หรือไม่หากไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า?

การจองทั้งหมดที่มีสถานะปกติและได้รับการยืนยันจากที่พักแล้วนั้น จะต้องมีการจัดสรรที่พักให้ตามข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการของเรา หากท่านไม่ต้องการให้บริการที่พักสำหรับลูกค้า เราจะดำเนินการตามขั้นตอนการจัดหาที่พักทดแทนตามปกติ

นโยบายเหตุสุดวิสัยของเราออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือในกรณีที่ลูกค้าต้องการหรือจำเป็นต้องยกเลิกการจอง ทว่านโยบายนี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับบังคับให้มีการยกเลิกตามคำขอของที่พัก

ลูกค้าสามารถเปลี่ยนวันเข้าพักของการจองได้หรือไม่ในช่วงที่ประกาศเหตุสุดวิสัย แทนที่จะตัดสินใจยกเลิกเลยโดยอัตโนมัติ?

ทำได้ เพื่อช่วยเหลือคู่ค้า เราได้พัฒนาฟีเจอร์ซึ่งเปิดให้ลูกค้ายกเลิกการจองหรือเปลี่ยนวันเข้าพักของการจองแบบไม่สามารถรับเงินคืนได้ หากเงื่อนไขของเหตุสุดวิสัยครอบคลุมการจองนั้น

ขั้นตอนการยกเลิกและการคืนเงินเป็นอย่างไร?

สำหรับการจองที่เข้ามาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป:

สำหรับการจองใหม่ทุกรายการที่เข้ามาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป เราจะไม่ใช้เงื่อนไขของเหตุสุดวิสัยอีกต่อไปหากลูกค้าต้องการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนการจองอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสในขณะนี้ การจองเหล่านี้จะมีการดำเนินการเหมือนการจองมาตรฐาน โดยอิงตามนโยบายและกระบวนการปกติต่าง ๆ ของเรา ท่านยังคงมีหน้าที่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจำนวนห้องว่างที่เปิดให้จองบนแพลตฟอร์มของเรานั้นเป็นข้อมูลล่าสุด รวมถึงในกรณีที่ที่พักของท่านต้องปิดบริการอันเนื่องมาจากการจำกัดของรัฐบาล หากลูกค้าจองห้องพักซึ่งอันที่จริงแล้วไม่สามารถจองได้ ลูกค้าจะต้องได้รับเงินคืนเต็มจำนวน เว้นแต่ลูกค้าจะยอมรับแนวทางอื่น

สำหรับการจองที่ยังไม่ได้ยกเลิกและเข้ามาก่อนวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020:

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กระบวนการสำหรับเหตุสุดวิสัยของเราจะมีผลตามปกติสำหรับการจองทุกรายการที่เข้ามาก่อน 6 เมษายน ค.ศ. 2020 และมีกำหนดเช็คอินภายหลังจากนี้ ซึ่งการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถเดินทางไปหรือไปเข้าพัก ณ ที่พักที่จองไว้ หรือทำให้การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือถูกยับยั้ง

เหตุสุดวิสัย

นอกเหนือเหตุสุดวิสัย

ไม่ต้องเสียคอมมิชชั่นในกรณีนี้

มีมาตรการการยกเลิกและการคืนเงินตามปกติ

การยกเลิกแบบมีค่าธรรมเนียม

หากลูกค้ายกเลิกการจองแบบต้องเสียค่าธรรมเนียม จะต้องแจ้งสถานะบัตรเครดิตของลูกค้าว่า "ใช้การไม่ได้" ในเอกซ์ทราเน็ตเพื่อยกเว้นคอมมิชชั่น กระบวนการนี้จะต้องอยู่ในรอบบิลเดียวกัน 

หากมีการออกใบแจ้งหนี้ไปแล้ว ระบบจะไม่สามารถใช้งานปุ่มแจ้งบัตรเครดิตใช้การไม่ได้ ในกรณีนี้ท่านจะต้องขอปรับยอดคอมมิชชั่นเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้

การยกเลิกแบบมีค่าธรรมเนียม

หากลูกค้ายกเลิกการจองแบบไม่สามารถรับเงินคืน จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตากปกติ

 

 

การยกเลิกฟรี

หากลูกค้าขอยกเลิกการจองฟรี (โดยไม่ใช้เครื่องมือยกเลิกด้วยตนเอง) ก็ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ท่านเพียงยอมรับคำขอจากลูกค้า โดยไปที่การจองในเอกซ์ทราเน็ตและเลือก "ส่งคำขอยกเลิกการจอง" ซึ่งจะเริ่มกระบวนการยกเลิกฟรี

การยกเลิกฟรี

หากลูกค้าขอยกเลิกการจองฟรี ท่านสามารถยอมรับคำขอจากลูกค้าโดยไปที่การจองในเอกซ์ทราเน็ตและเลือก "ส่งคำขอยกเลิกการจอง" ซึ่งจะเริ่มกระบวนการยกเลิกฟรี

 

เพราะเหตุใดจึงต้องคืนเงินให้การจองแบบไม่สามารถรับเงินคืน?

เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ใช้บริการที่พักคู่ค้าของเราและ Booking.com เป็นประจำ รวมถึงดึงดูดให้ใช้บริการต่อไป เราจึงช่วยให้ลูกค้าสามารถยกเลิกได้ฟรีในสถานการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่สามารถเดินทางไปยังที่พักได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางที่ประกาศโดยรัฐบาล นโยบายเหตุสุดวิสัยซึ่งระบุไว้ในข้อกำหนดทั่วไปในการให้บริการของท่านนั้นได้รับการออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อเปิดให้ลูกค้ายกเลิกได้ฟรีในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางมาหรือเข้าพักยังที่พักที่ได้จองไว้

สามารถเสนอตัวเลือกให้ลูกค้ารับเวาเชอร์แทนการคืนเงินได้หรือไม่? จะเป็นอย่างไรหากเสนอเวาเชอร์ให้ลูกค้า แต่ Booking.com ยกเลิกการจองไปแล้ว?

ตอนนี้ท่านสามารถเสนอเวาเชอร์ให้ลูกค้าสำหรับการจองที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัย หากลูกค้าไม่ต้องการเปลี่ยนวันเข้าพัก ท่านสามารถเสนอเวาเชอร์สำหรับเข้าพักในภายหลังหากลูกค้ายินยอม โดยเวาเชอร์นี้จะมีมูลค่าเท่ากับหรือสูงกว่าค่าธรรมเนียมการยกเลิกก็ได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน โปรดตรวจสอบให้มั่นใจว่าลูกค้ายอมรับตัวเลือกที่เสนอให้แล้วก่อนดำเนินการออกเวาเชอร์หรือคืนเงิน หากลูกค้าต้องการรับเงินคืน ท่านต้องดำเนินการตามขั้นตอนการคืนเงินที่ระบุในเงื่อนไขของเหตุสุดวิสัย

หากท่านออกเวาเชอร์ให้แต่เราได้ยกเลิกการจองและคืนเงินลูกค้าไปแล้ว เราจะแจ้งให้ท่านทราบและขอให้ท่านคืนเงินไปยังบัตรเครดิตเสมือนจริงหากสามารถดำเนินการได้ (เช่น หากใช้บริการ Payments by Booking.com) หรือเราจะส่งใบแจ้งหนี้ให้ท่านทางเอกซ์ทราเน็ต 

ที่พักจำเป็นต้องปิดชั่วคราวตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการของรัฐบาล จะมั่นใจได้อย่างไรว่าห้องพักจะไม่ปรากฏเป็นเปิดรับการจองบน Booking.com?

เมื่อเดือนเมษายนเราได้ปิดฟีเจอร์ “นำห้องพักที่ถูกปิดกลับมาให้จองอัตโนมัติ” เป็นการชั่วคราวเพื่อช่วยให้ที่พักคู่ค้าทั้งหมดได้ปฏิบัติตามแนวทางข้อบังคับใดก็ตามที่เพิ่มเข้ามา โดยตั้งแต่สิงหาคมเป็นต้นไปเราจะกลับมาใช้ฟีเจอร์นี้อีกครั้งกับที่พักทุกแห่งซึ่งเคยมีการปิดฟีเจอร์นี้ไปก่อนหน้านี้ 

ตอนนี้ในภูมิภาคส่วนใหญ่ได้เปิดให้เดินทางแล้ว และตอนนี้ลูกค้าต่างก็ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจพบเมื่อจองที่พัก ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ท่านขายห้องได้มากขึ้น เนื่องจากท่านสามารถเสนอห้องว่างได้มากที่สุดโดยไม่ต้องเข้าไปอัปเดตในระบบด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตามหากห้องว่างที่เปิดให้จองยังคงได้รับผลกระทบจากข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโคโรน่าไวรัส และท่านต้องการถอนตัวจากการใช้ฟีเจอร์นี้มากกว่า ก็สามารถทำได้ตามขั้นตอนด้านล่างนี้: 

  1. เข้าสู่ระบบเอกซ์ทราเน็ต
  2. คลิกแท็บ “ราคาและจำนวนห้องว่างที่เปิดให้จอง”
  3. ไปที่สัญลักษณ์ตั้งค่า (ฟันเฟือง) ซึ่งอยู่มุมบนขวาของปฏิทิน
  4. คลิก “การนำห้องพักกลับมาให้จองอัตโนมัติ”
  5. ที่หัวข้อ “การตั้งค่าปฏิทิน” คลิก “ไม่” เพื่อปิดฟีเจอร์นำห้องพักที่ถูกปิดกลับมาให้จองอัตโนมัติ  

 


ส่วนที่ 3: ตรวจสอบให้มั่นใจเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย


หากลูกค้าเดินทางมาถึงที่พักโดยมีอาการที่สอดคล้องกับโคโรน่าไวรัส จะมีสิทธิ์ขอดูใบรับรองแพทย์จากลูกค้ารายดังกล่าวได้หรือไม่?

การตอบคำถามเกี่ยวกับวิธีแยกความแตกต่างระหว่างอาการของโคโรน่าไวรัสกับอาการไข้หวัดธรรมดานั้นทำได้ยาก โดยปกติแล้ว ที่พักคู่ค้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขอข้อมูลด้านสุขภาพจากลูกค้าสืบเนื่องจากเหตุผลด้านการปกป้องข้อมูล อย่างไรก็ตาม หากมีแนวโน้มว่าลูกค้าเดินทางมาจากประเทศที่มีการประกาศเหตุสุดวิสัย ท่านก็สามารถสอบถามข้อมูลว่าลูกค้าเดินทางไปที่ไหนมาบ้างก่อนจะมายังที่พักของท่าน

โปรดทราบว่า ไม่มีข้อบังคับใด ๆ ตามกฎหมายให้ลูกค้าแสดงใบรับรองแพทย์ และในตอนนี้นโยบายของเราก็ไม่อนุญาตให้ท่านปฏิเสธการจองของลูกค้าที่ไม่ได้เดินทางไปยังประเทศที่มีการประกาศเหตุสุดวิสัย ดังนั้น การยกเลิกการจองใดก็ตามจากทางที่พักจะต้องได้รับความร่วมมือและความยินยอมจากทางลูกค้า

Booking.com จะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเหตุสุดวิสัยให้ที่พักคู่ค้าทราบได้อย่างไร?

ถึงแม้ว่าเราจะต้องการแจ้งข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางปกติ (เช่น อีเมล เอกซ์ทราเน็ต แอป Pulse) ในทุกครั้งที่มีการใช้เงื่อนไขเหตุสุดวิสัยใหม่ แต่ทว่าด้วยจำนวนและความถี่ของการอัปเดตข้อมูล เราจึงไม่สามารถดำเนินการเช่นนั้นได้ ดังนั้น เราจึงตัดสินใจที่จะสร้างแหล่งข้อมูลเพียงแหล่งเดียวที่ท่านสามารถวางใจและเชื่อถือได้ โดยอยู่ในรูปแบบบทความในหน้าความช่วยเหลือสำหรับคู่ค้า โดยท่านสามารถดูข้อมูลอัปเดตและคำแนะนำล่าสุดจากเราเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของโคโรน่าไวัสได้ที่บทความนี้ ทั้งนี้ เราขอแนะนำให้ท่านบุ๊กมาร์กหน้าข้อมูลนี้ไว้และเข้ามาเช็ครายละเอียดทุกวัน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีการอัปเดตบ่อยครั้งอย่างยิ่ง

ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อแผนกบริการลูกค้าสัมพันธ์ทางโทรศัพท์ ไลฟ์แชท หรืออีเมลได้ ควรทำเช่นไร?

สืบเนื่องจากสถานการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แผนกบริการลูกค้าสัมพันธ์ของเราจึงทำงานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อที่จะตอบกลับคำขอทั้งจากที่พักคู่ค้าและลูกค้า โดยในตอนนี้ พนักงานกว่า 10,000 คนของเราจากทั่วทุกมุมโลกกำลังตอบกลับคำขอต่าง ๆ

หากท่านไม่สามารถติดต่อเราได้ ก็อาจเป็นเพราะเราได้รับการติดต่อเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่ท่านพยายามติดต่อเราในตอนแรก ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เราต้องขออภัยอย่างยิ่งกับความไม่สะดวกที่ท่านได้รับ ทั้งนี้ โปรดติดต่อเราเข้ามาเรื่อย ๆ ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ของเรา และโปรดทราบว่าเรากำลังพยายามพัฒนาตัวช่วยทางเทคนิคเพื่อให้ท่านสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน้าคำถามที่พบบ่อยซึ่งเราอัปเดตอย่างสม่ำเสมอนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับที่พักคู่ค้าที่ต้องการความช่วยเหลือ และเราขอแนะนำให้ท่านกลับมาที่หน้านี้เพื่อเช็คข้อมูลอัปเดตล่าสุด

Booking.com จะช่วยเหลือปัญหาด้านการเงินของฉันอย่างไร?

เนื่องจากเราเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ร่วมงานกับคู่ค้าเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ปกติ ทีมงานของเราจะเป็นผู้เริ่มติดต่อที่พักคู่ค้าที่ประสบปัญหาด้านการเงินไปก่อนเพื่อปรึกษาหาทางแก้ไขที่เหมาะสมร่วมกัน ทว่าในสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ เราจำเป็นต้องทำให้มั่นใจว่าธุรกิจของเราจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เราสามารถดึงดูดความต้องการจองจากลูกค้ามาให้ท่านและช่วยเหลือท่านได้ทันทีที่ท่านพร้อมกลับมาดำเนินธุรกิจและทำให้ธุรกิจของท่านเติบโตอีกครั้ง เนื่องด้วยจำนวนที่พักกว่า 2.5 ล้านแห่งทั่วโลกซึ่งเปิดให้จองผ่านเว็บไซต์ของเรา การเสนอความช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับที่พักคู่ค้าแต่ละรายจึงทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม แผนกการเงินของเรากำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการเบื้องต้นที่รัฐบาลต่าง ๆ ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะลดหรือเลื่อนการชำระภาษีออกไป เราจะเป็นฝ่ายติดต่อท่านเพื่อแจ้งให้ท่านทราบหากมีโครงการแบ่งเบาด้านการเงินใด ๆ ก็ตามซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของท่าน

นอกจากนี้ เมื่อมีประเทศที่เริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวแล้ว เราจะเปิดตัวคู่มือเตรียมพร้อมรับการกลับสู่ภาวะปกติเพื่อช่วยให้ท่านกลับมาดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตอีกครั้งได้โดยเร็วที่สุด

Booking.com ทำอะไรบ้างเพื่อช่วยให้คู่ค้าฟื้นตัวได้?

นอกจากข้อมูลอัปเดตที่ระบุไว้ข้างต้นแล้ว เราจะยังคงค้นหาวิธีใหม่ ๆ เพื่อช่วยเหลือท่าน:

  • ในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนนี้ ลูกค้าต่างมองหาความยืดหยุ่น ดังนั้นตอนนี้เราจะปรับให้ลูกค้าสามารถค้นหาตัวเลือกแบบยืดหยุ่นได้ง่ายที่สุด นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับที่พักของท่านเอง เราขอแนะนำให้ท่านเปิดใช้นโยบายแบบยืดหยุ่น และเพื่อเป็นการสนับสนุนในส่วนนี้ เราได้สร้างฟังก์ชั่นใหม่ขึ้นมาซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถปรับนโยบายเป็นแบบยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ได้อย่างง่ายดาย
  • เรากำลังจัดทำแคมเปญเพื่อจูงใจให้ลูกค้าที่ยกเลิกการจองไปเนื่องจากโคโรน่าไวรัสกลับมาจองที่พักเดิมอีกครั้งเมื่อสามารถกลับมาเดินทางได้แล้ว (เฉพาะการจองแบบไม่สามารถรับเงินคืนและรับเงินคืนได้บางส่วน)
  • ในเร็ว ๆ นี้เราจะแชร์รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือใหม่ที่จะทำให้ท่านสามารถเปลี่ยนวันเข้าพักของการจองหลายรายการได้ด้วยตนเองเมื่อได้รับคำขอจากลูกค้า โดยท่านจะไม่จำเป็นต้องโทรหาทีมงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ของเราอีกต่อไป
  • เราจะพัฒนาแผนของเราต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเริ่มจองที่พักเมื่อวิกฤติครั้งนี้ผ่านพ้นไปและสามารถกลับมาเดินทางได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง 
  • เราจะพัฒนาคู่มือเตรียมพร้อมรับการกลับสู่ภาวะปกติของเราต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเราจะเผยแพร่เพื่อช่วยให้ท่านกลับมาดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้อีกครั้งโดยเร็วที่สุด เมื่อหลายประเทศเริ่มแสดงสัญญาณของการฟื้นตัว

จะดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการบรรเทาภาระภาษีในประเทศได้ที่ใด?

รัฐบาลทั่วโลกต่างได้ใช้มาตรการบรรเทาภาระภาษีเป็นกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจในการรับมือกับผลกระทบของโคโรน่าไวรัส ไม่ว่าท่านจะบริหารจัดการโรงแรมขนาดใหญ่ หรือให้เช่าห้องนอนเดี่ยว การทราบว่าท่านมีตัวเลือกอะไรบ้างนั้นก็ถือว่ามีประโยชน์สำหรับท่าน

เว็บไซต์ EY Tax COVID-19 Response Tracker ได้รวบรวมข้อมูลมาตรการบรรเทาภาระภาษีไว้จากกว่า 120 ประเทศ ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ของข้อมูลโดยรวมเพื่อศึกษาว่ามาตรการช่วยเหลือรูปแบบใดที่ประเทศของท่านกำลังใช้อยู่ตอนนี้:

  • การตรึงภาษีและการยกเว้นภาษี ทั้งภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีนิติบุคคล
  • มาตรการทางเศรษฐกิจที่มีการประกาศใช้เพื่อช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัว
  • ลิงก์ไปยังโปรแกรมและแหล่งข้อมูลของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ 
  • ข้อมูลติดต่อเพื่อช่วยให้ท่านรับความช่วยเหลือฉุกเฉินได้

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีและคำถามที่ควรสอบถามที่ปรึกษาทางการเงิน โปรดอ่านบทความที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบรรเทาภาระภาษี

โปรดบอกเราว่าท่านคิดอย่างไรกับหน้านี้

ข้อเสนอ Black Friday พร้อมให้ใช้งานแล้ว

เปิดใช้งานข้อเสนอนี้เพื่อเพิ่มยอดจองในช่วงสิ้นปีนี้และตลอดทั้งปี 2021

ดูเพิ่มเติม